ประเทศไทย มีความหลากหลายของทรัพยากรพรรณพืช โดยเฉพาะพืชชั้นสูง มีมากกว่า 15,000 ชนิด พรรณพืช
หลายชนิดเป็นพืชเศรษฐกิจ และมีความสำคัญทางยา เหล่านี้ยังไม่มีการศึกษาในการนำพืชเหล่านี้มาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง
หากมีการส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านการวิจัย และการขยายพันธุ์ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว จะทำให้การใช้
ประโยชน์จากทรัพยากรพืชเป็นไปอย่างชาญฉลาด และให้ผลประโยชน์อย่างสูงสุดแบบยั่งยืน ทั้งในด้านการอนุรักษ์พันธุ์พืช
และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดอีกด้วย

          ในเดือนตุลาคม 2534 คณะกรรมการว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพแห่งประเทศไทย ซึ่งแต่งตั้งขึ้นตามมติ
ของคณะกรรมการแหงชาติว่าด้วยการประสานงานกับสหภาพวิทยาศาสตร์ระหว่างประเทศ (ICSU – ไทย) ได้จัดให้มี
การประชุมเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย ขึ้นที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
ที่ประชุมได้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรด้านพืชที่จะทวีขึ้นในอนาคต และวิตกว่าพืชพรรณต่างๆ หลายชนิด
จะหมดสิ้นไปทั้งที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก จึงมุ่งสนับสนุนกิจกรรมด้านการอนุรักษ์พรรณพืช โดยเฉพาะงานด้านพฤกษศาสตร์

          จากการประชุม สรุปความเห็นว่า ประเทศไทยยังไม่มีสวนพฤกษศาสตร์ที่แท้จริง อันจะเป็นองค์ประกอบสำคัญ
ที่จะผลักดันให้ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์ในด้านการศึกษาค้นคว้า วิจัย จากทรัพยากรด้านพืชอย่างเต็มกำลัง ดังนั้น
จึงเสนอให้มีการจัดตั้งองค์การสวนพฤกษศาสตร์ขึ้น ด้วยจุดมุ่งหมายที่จะทำให้ประเทศไทยมีสวนพฤกษศาสตร์ที่เป็น
มาตรฐานสากล องค์การ สวนพฤกษศาสตร์จึงจัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์แม่สา อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเปลี่ยนจาก
สังกัดกรมป่าไม้ มาเป็นภายใต้การบริหารงานขององค์การสวนพฤกษศาสตร์ และได้รับพระราชพระราชทาน
พระราชนุญาติให้ใช้ชื่อว่า “สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 เป็นต้นมา

Last Update: 05/3/2005
All rights reserved
The Botanical Garden Organization,Thailand