เป็นโรงเรือนขนาดกลาง
กว้าง 12 เมตร ยาว 42 เมตร มีม่านพรางแสง ระบบระบายอากาศ
เปิดด้านข้าง และด้านบนหลังคา มีระบบน้ำเป็นระบบพ่นฝอยอัตโนมัติ
ตั้งเวลาได้ ประกอบด้วย เรือนไม้น้ำ เรือนกล้วยไม้และเฟิน
และเรือนพืชทนแล้ง
2.1 เรือนไม้น้ำ ภายในมีการจัดแสดงไม้น้ำและพืชชุ่มน้ำชนิดต่าง
ๆ โดยเน้นพันธุ์บัวของไทย เป็นหลักและเสริมด้วยพรรณไม้น้ำ
ไม้ชุ่มน้ำต่าง ๆ และพืชกินแมลง โดยได้รวบรวมชนิดพันธุ์บัว
จากทุกภูมิภาคของ ประเทศไทย และประเทศเพื่อนบ้านไว้กว่า
60 ชนิด ซึ่งเป็นพันธุ์บัวที่นับวันจะหาดูได้ยากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น จงกลนี บัวพื้นเมืองดั้งเดิมของไทยที่มีบันทึกไว้ตั้งแต่สมัยสุโขทัย
มีกลีบดอกสีชมพูอ่อนจำนวนมาก กลิ่นหอมอ่อน ๆ
บานทั้งกลางวันและกลางคืน แม่พลอย บัวสายพันธุ์พื้นเมือง
มีดอกแดงสดรูปร่างป้อมใหญ่ คล้ายพลอยแดง บัวกระด้ง หรือบัววิกตอเรีย
มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้แถบลุ่มแม่น้ำอเมซอน มีลักษณะเด่น
คือ มีใบใหญ่มาก ยกขอบขึ้น
คล้ายกระด้ง มีหนามทั่วทั้งต้น ดอกบานวันแรกช่วงใกล้ค่ำ
สีขาว มีกลิ่นหอมแรงมาก วันที่สองจะบานตอนเย็นดอกเปลี่ยนเป็นสีชมพูจนแดง
แล้วโรยในตอนเช้าของวันต่อมา บัวนางกวักที่มีกลีบรองดอกเป็นสีเขียวชัดเจน
มีถิ่นกำเนิดในอินเดีย การผสมพันธุ์มีทั้งหมด 9 สี ที่สวนพฤกษศาสตร์ฯ
ได้รวบรวมไว้แล้ว 4 สี คือ ขาว ชมพู ม่วง และแดง
บัวฝรั่ง
มีถิ่นกำเนิดในเขตมรสุมและเขตหนาว มี 5 สี คือ ขาว
ชมพู แดง เหลือง และส้ม นอกจากนี้ยังมีบัวประดับที่มีสีสันสวยงามในกลุ่มของบัวผัน
ซึ่งมีกลิ่นหอมเกือบทุกพันธุ์ อาทิ เช่น
หยกสยาม สีครีมเหลือบเขียว เหลืองกาญจนา
สีเหลืองอร่ามตา ฉลองขวัญ สีม่วงสดใส และ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวนพฤกษศาสตร์เพิ่งจะได้รับบัวหลวงจากสถาบันเพาะเลี้ยงบัว
มณฑลวูฮาน ประเทศจีน ซึ่งเป็นบัวหลวงชนิดที่มีดอกขนาดใหญ่
มีความสวยงามแตกต่างกันออกไปหลายสี จำนวน 25 พันธุ์ อาทิเช่น
Buddhas Seat, Table Lotus, Havens
Lotus, Snow Princess, Smiling
Face เป็นต้น ซึ่งจะหาชมได้ ณ เรือนไม้น้ำแห่งนี้เท่านั้น
2.2
เรือนกล้วยไม้และเฟิน ภายในมีการจัดแสดงกล้วยไม้และเฟิน
โดยเน้นกล้วยไม้ไทยเป็นหลัก และเสริมพื้นล่างด้วยเฟิน และเพิ่มความหลากหลายด้วยไม้พื้นชุ่มน้ำบางชนิดมีการตกแต่ง
ภายในเป็นน้ำตก และลำห้วยที่มีน้ำไหลตลอดเวลา ได้จัดแสดงความหลากหลายของกล้วยไม้พื้นเมือง
ของไทยและกล้วยไม้ประดับลูกผสม ซึ่งได้เก็บรวบรวมไว้ประมาณ
120 ชนิด จำนวนมากกว่า 3,000 ต้น และพืชจับแมลง (insectivorous
หรือ pitcher plants) อีกจำนวนหนึ่ง กลุ่มกล้วยไม้สำคัญที่นำมาจัดแสดง
ได้แก่ กลุ่มกล้วยไม้สกุลเอื้องผึ้ง-เอื้องคำ (Dendrobium)
สกุลสิงโตกลอกตา (Bulbophyllum) สกุลฟ้ามุ่ย (Vanda) สกุลรองเท้านารี(Paphiopedilum)
สกุลเอื้องสามดอก (Coelogyne) สกุลกาเรการ่อน (Cymbidium)
ฯลฯ นอกจากนี้ยังจัดแสดง กล้วยไม้ในพระนาม เช่น กล้วยไม้ลูกผสม
Cattleya Queen Sirikit ว่านเพชรหึง กล้วยไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
(Grammatophyllum speciosum) และกล้วยไม้จิ๋วของประเทศไทย
อีกหลายชนิด พืชจับแมลงที่มีรูปทรงหลากหลายก็ได้นำมาจัดแสดงไว้เช่นกัน
เช่น พืชจับแมลง สกุลหม้อข้าวหม้อแกงลิง (Nepenthes) สกุลหยาดน้ำค้าง
(Drosera) ของประเทศไทยและ สกุล Sarracenia จากต่างประเทศเป็นต้น
2.3 เรือนพืชไม้แล้ง Arid plants มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น
3 ส่วนใหญ่เพื่อแยกพืชที่จัดแสดง ให้มีความแตกต่างชัดเจน
2.3.1 ห้องโถงเอนกประสงค์ เป็นที่พักของผู้เข้าเยี่ยมม้านั่งพัก
มีภาพแคคตัสมีการจัดแสดงพืชไม้แล้งชนิดเด่น ๆ ฯลฯ
2.3.2 ห้องแสดงกระบองเพชร มีการรวมพืชสกุลกระบองเพชร
ชนิดต่าง ๆ ที่สำคัญจาก ทั่วโลกมาแสดงไว้ให้ชม
2.3.3 ห้องแสดงพืชสกุลศรนารายณ์ มีการรวมพืชสกุลศรนารายณ์
กุหลาบหิน เสมา และ ไม้แล้งทรงสูง หรือที่ยกลำต่าง ๆ
|